สถิติผู้ชมเว็บไซต์







 

 

 

 

 

 


ศัลยกรรมเสริมหน้าอก


การผ่าตัดเสริมหน้าอก วัตถุประสงค์ของการผ่าตัดเสริมหน้าอก คงเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายๆ คน ใฝ่ฝันอยากที่จะมีหน้าอกที่งดงาม ดั่งใจปราถนา อัพไซส์ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเสริมสร้างบุคคลิกภาพให้แลดูมีเสน่ห์ โดดเด่นขึ้นมาอย่างทันตาเห็น ปัจจุบันเทคโนโลยีการศัลยกรรมเสริมหน้าอกเจริญกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งเรื่องของบุคคลากรทางการแพทย์ วัสดุที่ใช้ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาก จากแต่ก่อนมีแค่ถุงน้ำเกลือ ก็จะประสบกับปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ในปัจจุบันได้มีการเสริมหน้าออกด้วยซิลิโคนเจลมาทดแทน ด้วยความยืดหยุ่นของตัวซิลิโคน เป็นการเสริมหน้าอกที่ดูเหมือนธรรมชาติมากที่สุด และได้รับการรับรองจาก UFDA แล้วว่าไม่เป็นอันตรายปลอดภัย 


การเสริมหน้าอก คืออะไร


การเสริมหน้าอก คือ การผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหรือลดขนาดของหน้าอก ให้มีหน้าอกใหญ่ขึ้นหรือหน้าอกเล็กลง ตามความปราถนาของคนไข้ ซึ่งการศัลยกรรมเสริมหน้าอกยังช่วยในการปรับแต่งรูปร่างของหน้าอกให้ดีขึ้น และทำให้สาวๆ อย่างเรามั่นใจ ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น การเสริมหน้าอกต้นเหตุอาจเกิดมาจากสาเหตุหน้าอกเล็กมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดอุบัติเหตุบริเวณหน้าอก หรือบางรายหลังคลอดบุตรแล้วรูปร่างในส่วนของหน้าอกนั้น เกิดการหย่อนคล้อย หน้าอกเล็กลง หน้าอกไม่เต่งตึง หรือหน้าอกทั้งสองข้างไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดความไม่มั่นใจ กังวล เครียด ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องเล็ก และสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเสริมหน้าอก และการศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือทางเลือกที่ดีที่สุด

ในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีการศัลยกรรมเสริมหน้าอก มาใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมที่รักษาหายขาดแล้ว ซึ่งถือเป็นการดูแลรักษาสภาวะจิตใจของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่อาจจะต้องสูญเสียเต้านมหรือทำการผ่าตัดเต้านมออก เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีหน้าอกทั้งสองข้างเท่ากันเหมือนปกติ มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของหน้าอกได้จริงและปลอดภัยที่สุด


 

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องขนาดของหน้าอกเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิงเรา เพราะเสื้อผ้าบางดีไซน์ ที่ทีการออกแบบมาให้โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง การมีหน้าอกก็ช่วยทำให้เราใส่เสื้อผ้านั้นได้พอดี และดูดีมากยิ่งขึ้น “อกหักเรื่องเล็ก อกเล็กสิเรื่องใหญ่” คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวสาวๆ ปัจจุบันผู้หญิงเรานิยมทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกมากยิ่งขึ้น เพราะนวัตกรรมทางการแพทย์ทุกวันนี้ ทำให้การผ่าศัลยกรรมเสริมหน้าอกมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอัพไซส์ เปลี่ยนทรง เพิ่มขนาด หรือแม้แต่แก้ไขปัญหาต่างๆ ของหน้าอก ที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

 

4 ปัญหาหน้าอกสาวไทย




1. หน้าอกเนื้อน้อย แบบแบนเรียบ

ลักษณะหน้าอกคือ ไม่เนื้อบริเวณหน้าอกน้อยมาก หรือแบนเรียบไปกับลำตัวเลย แถบจะหยิบจับขึ้นมาได้ยาก เป็นสาเหตุให้ต้องเสริมทรวดทรงด้วยบรา หรือฟองน้ำเสริมหน้าอก

2. หน้าอกไม่เท่ากัน

โดยปกติแล้ว ขนาดเต้านมของผู้หญิงก็มีขนาดไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่ขนาดไม่แตกต่างกันมาก แต่ลักษณะที่ผิดปกติคือ ขนาดไม่เท่ากันจนเห็นได้ชัด ซึ่งอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากกรรมพันธุ์ การใช้บราที่ผิดประเภทมาตั้งแต่เด็ก ท่านอนที่ส่งผลต่อเต้านม หรือหลักๆ คือการให้นมบุตร สามารถส่งผลต่อขนาดของเต้านมได้ด้วยคลินิกเสริมหน้าอก แต่ละสาเหตุแก้ไขได้

3. หน้าอกหย่อนยาน

ขนาดหน้าอกที่คล้อย ไม่จำเป็นต้องเป็นคนหน้าอกใหญ่ เล็กก็สามารถคล้อยได้ ซึ่งเกิดจากการที่กล้ามเนื้อหน้าอกอ่อนแรง หรือมีหลาสาเหตุ เช่น อายุเยอะขึ้น การให้นมบุตร การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว สามารถตกแต่งศัลยกรรมให้ตึงขึ้นได้

4. หน้าอกห่าง ไม่ชิดแบบชม

ผู้หญิงที่มีหน้าอกห่าง อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งจากกรรมพันธุ์ การใช้บราที่แบบผิดๆ ใส่บราไม่ได้ การนอนผิดท่า ส่งผลให้หน้าอกห่างและเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนกัน เช่นการแต่งกายส่งผลให้ขาดความมั่นใจ ใส่ชุดแบบไหนก็ไม่สวย ฯลฯ โดยปัญหานี้สามารถแก้ไขด้วยการ ศัลยกรรมโดยคลินิกเสริมหน้าอก ได้



ปัจจุบันวิธีการศัลยกรรมเสริมหน้าอกมีกี่แบบ ?





1.การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน ( BREAST IMPLANT)

เป็นวิธีการเสริมหน้าอกที่ได้รับความนิยมสูงสุด การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน มีมานานกว่า 50 ปีแล้ว และได้มีพัฒนาการทางแพทย์ทั้งเรื่องของวัสดุเต้านมเทียมที่ใช้ ตั้งแต่เรื่องของถุงหุ้มจนถึงวัสดุที่เป็นของเหลวด้านใน เคยมีการใช้วัสดุอื่นๆ รวมทั้งน้ำเกลือ ปัจจุบันได้รับการพัฒนามาเป็นถุงซิลิโคนเสริมเต้านม มีหลายแบบ หลายขนาด และมีความนุ่มคล้ายกับหน้าอกธรรมชาติ แต่การเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนมีข้อเสียคือ ในคนไข้บางราย อาจมีโอกาสที่ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมา แต่ปัจจุบันนี้ ถุงซิลิโคนที่ผลิตออกมารุ่นใหม่ๆ และความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดพังผืดไปได้มาก


2.การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง (CAL หรือ CELL ASSISTED LIPOPLASTY)

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะใช้การดูดไขมันส่วนเกิน จากส่วนต่างๆ ของร่างกาย นำมาเข้ากระบวนการคัดแยก เอาเฉพาะไขมันที่มีคุณภาพสูง แล้วฉีดกลับเข้าไปบริเวณหน้าอก วิธีการนี้เป็นวิธีการที่จะได้ทำให้ได้หน้าอกที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด มีความนุ่มเหมือนจริง เพราะเป็นไขมันของร่างกาย แต่วิธีการย้ายเซลล์ไขมันนั้น ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง เพราะจะทำให้เซลล์ไขมันนั้นอยู่รอดได้มากที่สุด และการฉีดเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง ยังมีข้อจำกัดในการเพิ่มไซส์ที่มีขนาดใหญ่มาก


3.การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน ร่วมกับการฉีดไขมันตัวเอง (HYBRID BREAST AUGMENTATION)

เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะใช้วิธีการเสริมหน้าอกโดยการใส่ซิลิโคน เพื่อเพิ่มขนาดของหน้าอก ร่วมกับการฉีดไขมันรอบๆ ซิลิโคน เพื่อทำให้หน้าอกนั้นมีความนุ่มและเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่วิธีการนี้ เป็นวิธีการเสริมหน้าอกที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก


ทำไมการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน จึงได้รับความนิยมสูงสุด?

ซิลิโคนได้ถูกพัฒนามาเรื่องถุงเต้านมเทียมเมื่อหลายปีก่อน เคยมีการใช้ถุงน้ำเกลือ เพราะปลอดภัยแม้ว่าถุงเต้าเทียม รั่ว หรือฉีกขาด ก็ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายนัก แต่ก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัดออก ปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนามาเป็นวัสดุเจลพิเศษอยู่ในถุงซิลิโคน ที่มีความทนทานสูงมาก ไม่แตก ไม่รั่วซึม หากเกิดการฉีกขาด วัสดุเจลนี้ก็จะไม่ซึมเข้าสู่ระบบร่างกาย รูปแบบของถุงซิลิโคนที่ได้รับความนิยมอยากมาก มีอยู่ 2 แบบ คือ ถุงซิลิโคนทรงกลม และถุงซิลิโคนทรงหยดน้ำ

 

เนินอกอวบอิ่มด้วยซิลิโคนทรงกลม-อกสวยเป็นธรรมชาติด้วยทรงหยดน้ำ


 

ผู้หญิงที่มีขนาด หน้าอกใหญ่ อวบอิ่มมักจะรู้สึกมั่นใจ แต่งตัวก็ออกมาดูสวย มีส่วนโค้งส่วนเว้าน่ามอง ส่วนสาวอกเล็กมักรู้สึกว่าเป็นปมด้อย โดนทักว่าอกไข่ดาวบ้างล่ะ บางทีถูกแซวว่าอกแบนเป็นไม้กระดานก็มีบ่อย ทำให้รู้สึกเสียเซลฟ์อยู่ไม่น้อย วิธีแก้ปัญหาแบบไม่ต้องเสียเวลาดันทรงทุกครั้งยามแต่งตัวคือผ่าตัด เสริมหน้าอก ใส่ซิลิโคนเพิ่มความอึ๋มไปเลย การ ทำนม สมัยนี้เป็นเรื่องแสนธรรมดากระทั่งว่าในบรรดาการศัลยกรรมความงามทั้งหมดการ ทำหน้าอก กลายเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ปัจจุบัน การ เสริมหน้าอก มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านเทคนิคและถุงซิลิโคนที่ใช้เสริม ซิลิโคนมีให้เลือกทั้งแบบทรงกลมหากต้องการเสริมแล้วได้เนินอกสวยอวบอิ่ม หรือถ้าชอบแบบสวยเป็นธรรมชาติก็ต้องเป็นทรงหยดน้ำที่รูปร่างซิลิโคนทำเลียนแบบเต้านมธรรมชาติจริงๆ แต่เดิมถุงซิลิโคนจะผลิตขึ้นรูปมาเป็นทรงกลมอย่างเดียว แต่ปัจจุบันมีการพัฒนารูปทรงถุงซิลิโคนเป็นทรงหยดน้ำ แถมกระแสก็มาแรงในหมู่คนที่ต้องการเสริมหน้าอกด้วย








 

ซิลิโคนทรงกลม แม้ว่ากระแสซิลิโคนทรงหยดน้ำจะมาแรง แต่ซิลิโคนทรงกลมยังคงเป็นตัวเลือกที่เป็นมาตรฐานและดีที่สุด สำหรับคนที่ต้องการเสริมหน้าอกโดยทั่วไป, คนที่ต้องการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ หรือคนที่ต้องการเสริมให้เนื้อหน้าอกบริเวณด้านบนดูอวบอิ่มขึ้นเพื่อโชว์เนินอก ซิลิโคนทรงกลมมีขนาดที่หลากหลาย มีทั้งทรงพุ่งมากและพุ่งน้อย ในการเสริมก็ต้องเลือกให้เหมาะกับลักษณะของเต้านม, รูปร่างลำตัวของแต่ละคน เช่น ถ้าฐานเต้านมเล็กก็ควรเลือกซิลิโคนที่ขนาดไม่กว้างมาก หรือถ้าเต้านมพุ่งอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสริมด้วยทรงที่พุ่งมาก เป็นต้น นอกจากนั้นซิลิโคนทรงกลมจะมีความนุ่ม และขอบที่โค้งมนเข้ารูป เมื่อเสริมแล้วความรู้สึกสัมผัสบริเวณเต้านมจะนิ่มเป็นธรรมชาติ

 

 

ซิลิโคนทรงหยดน้ำ เป็นทรงที่ถูกออกแบบมาให้เลียนแบบเต้านมตามธรรมชาติที่ลักษณะคล้ายหยดน้ำ คือบริเวณส่วนล่างจะใหญ่กว่าส่วนบน หน้าอกหลังเสริมจึงดูเป็นธรรมชาติ และด้วยทรงของซิลิโคนที่ไม่สมมาตร หลังทำนมจึงไม่จำเป็นต้องนวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบี้ยว นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ซิลิโคนทรงหยดน้ำเป็นกระแสขึ้นมา อย่างไรก็ตาม การเสริมด้วยซิลิโคนทรงหยดน้ำ เวลาจับหรือสัมผัสเต้านมจะรู้สึกถึงซิลิโคนได้ โดยเฉพาะในคนที่มีผิวบาง เนื้อหน้าอกน้อย เพราะซิลิโคนเจลภายในของทรงหยดน้ำจะค่อนข้างแข็ง ไม่ค่อยยืดหยุ่น ซิลิโคนทรงหยดน้ำเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการทำหน้าอกที่ใหญ่มากหรือเสริมแล้วไปเพิ่มความนูนของเนินด้านบนหน้าอก, คนที่ต้องการให้ทรงดูเป็นธรรมชาติ หรือคนที่หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อยหรือปานกลาง จะช่วยให้เต้านมเชิดขึ้นได้

 

 

ผิวสัมผัสของซิลิโคนที่ได้รับความนิยม


 

 

 

 

 

นอกจากเรื่องของทรงถุงซิลิโคนที่พูดไปข้างต้น ยังมีข้อน่ารู้อื่นๆ เกี่ยวกับถุงซิลิโคน ทุกวันนี้ถุงซิลิโคนที่แพทย์ใช้ เสริมหน้าอก มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ 

 

  1. ซิลิโคนผิวเรียบ (Smooth Breast Implant) เป็นซิลิโคนที่มีความสัมผัสนุ่มเป็นธรรมชาติ เพราะเปลือกของซิลิโคนมีความบาง ผิวสัมผัสของเปลือกซิลิโคนจะมีความเรียบ ลื่น ทำให้บางครั้งเกิดการเลื่อนไหลของซิลิโคนที่ผ่าตัดเข้าไป เชื่อกันว่า ซิลิโคนผิวเรียบมีโอกาสเกิดพังผืดได้มากกว่า จึงมีการผลิตซิลิโคนผิวทรายขึ้นมา
  2. ซิลิโคนผิวทราย (Textured Breast Implant) เป็นซิลิโคนที่ผิวสัมผัสของเปลือกซิลิโคนมีความหยาบและหนากว่าซิลิโคนผิวเรียบ ช่วยป้องกันการเลื่อนไหลของซิลิโคน และช่วยลดการเกิดพังผืด แต่ปัจจุบันพบว่า โอกาสการเกิดพังผืดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ชนิดผิวสัมผัสของซิลิโคนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากตำแหน่งการวางซิลิโคนด้วย โดยการผ่าตัดเหนือกล้ามเนื้อ ร่างกายมีโอกาสสร้างพังผืดได้สูงกว่า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล
  3. ซิลิโคนนาโน (Nano Texture Breast Implant) เป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ไปอีกขั้น ที่มีการผลิตซิลิโคนชนิดใหม่ ที่มีเปลือกซิลิโคนแบบ Nano Texture ซึ่งมีคุณสมบัติอยู่ระหว่างผิวเรียบและผิวทราย คือ ไม่เรียบจนเกินไป และ ไม่หยาบเหมือนผิวทราย ช่วยป้องกันการเกิดพังผืด และให้สัมผัสที่นุ่มกว่า เป็นธรรมชาติมากกว่า








 

 

ในปัจจุบัน การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ซิลิโคน ทำได้โดยการเปิดแผลขนาดเล็กเพื่อนำซิลิโคนเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ วิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ

  1. การผ่าตัดนำซิลิโคนเข้าโดยเปิดแผลใต้ราวนม (Inframammary Incision) เป็นวิธีการที่นิยม เพราะแพทย์สามารถควบคุมตำแหน่งการวางซิลิโคนได้ง่าย สามารถใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่ได้ แต่แผลก็อาจจะใหญ่ขึ้น วิธีการนี้เหมาะกับการเสริมหน้าอกแบบปกติ คนไข้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว
  2. การผ่าตัดนำซิลิโคนเข้าโดยการเปิดแผลทางรักแร้ (Transaxillary Incision) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นการซ่อนแผลได้ดี แต่เนื่องจากมีความซับซ้อนในการผ่าตัด ทำให้ฟื้นตัวช้ากว่า
  3. การผ่าตัดนำถุงซิลิโคนเข้าโดยการเปิดแผลทางปานนม (Periareolar Incision) เป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการเสียความรู้สึกของปลายประสาทรอบๆ หัวนม

 

การ เสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคนทรงกลม สามารถเปิดแผลผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าช่องทางใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นใต้รักแร้สองข้าง, บริเวณปานนม หรือใต้ราวนม โดยที่ซิลิโคนไม่เสียรูปทรง แต่ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะนิยมผ่าเข้าบริเวณใต้ราวนมเพื่อซ่อนรอยแผลเป็น  โดยจะเปิดช่องสำหรับวางซิลิโคนให้พอดีไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เพื่อไม่ให้ซิลิโคนหมุนตัวได้ จนอาจเกิดปัญหาถุงซิลิโคนผิดรูปหรือเต้านมบิดเบี้ยว บางคนอาจสงสัยว่าทรงหยดน้ำจะผ่าตัดใส่เข้าทางรักแร้ได้หรือไม่ ก็ต้องบอกเลยว่าหากผ่าเข้าทางรักแร้มีโอกาสที่ซิลิโคนจะหมุนบิดเสียทรงได้ ในคนที่เนื้อนมหนาก็อาจไม่เห็นแต่ถ้าเนื้อนมบางจะเห็นชัดเจน แล้วรูปทรงที่เปลี่ยนจะแก้ไขยาก ดังนั้นแพทย์จะไม่แนะนำให้ผ่าเข้าทางรักแร้

 

 

 

แพทย์วางซิลิโคนไว้ตำแหน่งไหนของเต้านม?

 

การวางตำแหน่งของซิลิโคนในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

  1. การวางซิลิโคนไว้เหนือกล้ามเนื้อ เหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอกอยู่บ้าง การผ่าตัดทำได้ง่าย ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
  2. การวางซิลิโคนไว้ใต้ชั้นกล้ามเนื้อ เป็นอีกวิธีที่แพทย์นิยมทำ เหมาะกับคนที่มีเนื้อหน้าอกน้อย เพราะการใส่ไว้ใต้ชั้นกล้ามเนื้อ จะทำให้คลำเจอขอบซิลิโคนได้ยากกว่า

ทั้งนี้การวางตำแหน่งของซิลิโคน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของทรงหน้าอกซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซิลิโคนที่เลือกใช้ขนาดและปัจจัยอีกหลายๆ อย่างร่วมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจาณาของแพทย์ผู้ผ่าตัดถึงความเหมาะสมและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของคนไข้

 

ถุงซิลิโคนเจลเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือไม่?

 

การ เสริมหน้าอก ด้วยถุงซิลิโคนเจลไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งของเต้านมแต่อย่างใด และพบว่าไม่ได้เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยหลายโรคที่ในอดีตเคยคิดว่าเกี่ยวข้องกับถุงซิลิโคน ยิ่งในปัจจุบันหากใช้ถุงซิลิโคนเจลที่มีคุณภาพสูงหรือถุงซิลิโคนเกรดเอ แม้ว่าถุงซิลิโคนจะแตกรั่วขึ้นมาก็ไม่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ ส่วนกรณีถุงซิลิโคนหมดอายุ ถ้าไม่เอาออกแม้จะไม่มีโอกาสเกิดมะเร็ง แต่ในระยะยาวหน้าอกจะแข็งเป็นก้อน และเกิดพังผืดรัดแน่นบริเวณซิลิโคนได้ จึงควรพบแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนถุงซิลิโคนใหม่

 

ก่อนจากกันฝากไว้อีกเรื่อง จะ ทำนม เสริมอึ๋มเพิ่มขนาดให้ หน้าอกใหญ่ ขึ้นทั้งที ก็ควรทำให้สวยครบกันไปเลย ถ้าหัวนมหรือปานนมไม่สวยงาม ทำให้ความมั่นใจมาไม่เต็มร้อย แนะนำให้ผ่าตัด ตกแต่งหัวนม หรือ ตกแต่งปานนม ไปพร้อมกับการเสริมเต้านมเลยก็ดี ต่อไปเวลาส่องกระจกจะได้เห็นเต้านมสวยๆ โดยไม่มีอะไรให้สะดุดค่ะ


 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด


1         ผู้ป่วยควรงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด


2         ผู้ป่วยไม่ควรขับรถมาเองในวันผ่าตัด


3         ก่อนผ่าตัดผู้ป่วยควรงดรับประทานยาดังต่อไปนี้ ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่พาราเซตามอน ยาสมุนไพร วิตามิน หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดบางชนิด ต้องหยุดรับประทานก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 7 วัน


4         ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด หลีกเลี่ยงการผ่าตัดช่วงที่มีประจำเดือน


5         ไม่ควรนำเครื่องประดับและของมีค่าทุกชนิดมาในวันผ่าตัด


6         ในวันผ่าตัดควรใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ใส่สบาย เลือกเสื้อที่ติดกระดุมหน้าหรือรูดซิปด้านหน้าเพื่อสะดวกต่อการสวมใส่ รองเท้าให้เลือกรองเท้าสวมสบายไม่หุ้มข้อ ผู้ป่วยจะได้ไม่ต้องก้มเพื่อใส่รองเท้า


7         ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ควรหยุดสูบ 4  อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด


8          ในวันผ่าตัดตอนเช้าควรอาบน้ำ สระผม ก่อนผ่าตัด  


9         ในวันผ่าตัดผู้ป่วยต้องไม่ทาสีเล็บ หรือต่อเล็บปลอมใดๆ ที่นิ้วมือ


10     ทางคลินิกไม่อนุญาตให้ญาติมานอนเฝ้าผู้ป่วย

 


การดูแลหลังการผ่าตัด


1.       ควรรับประทานอาหารอ่อนๆอย่างน้อย 2 วัน

2.       ถ้ามีอาการปวดมากหรือมีไข้ ผู้ป่วยสามารถติดต่อที่ Tel.087-9776277 หรือเข้าพบแพทย์ได้ที่คลินิก

3.       การปวดตึงของกล้ามเนื้อ จะเริ่มปวดตั้งแต่เย็นวันทำการผ่าตัด และจะค่อยๆลดลงจนดีขึ้นหลังการ   ผ่าตัด 3 วันขึ้นไป

4.       ผู้ป่วยสามารถเช็ดตัวได้ตามปกติ ระวังอย่าให้แผลเปียก ถ้าผ้าพันหลุดให้พันกลับเหมือนเดิมใน         ระยะ 7 วันแรก

5.       สามารถอาบน้ำถูสบู่ได้ตามปกติหลังการตัดไหม 1 วัน

6.       ควรใส่ซัพพอร์ทบราทั้งกลางวันและกลางคืนในช่วง 1 เดือนแรก หลังตัดไหม

7.       วันที่ 10-12 วันหลังผ่าตัด จะนัดมาตัดไหมและตรวจเต้านม โดยเริ่มสอนให้นวดเบาๆ

8.       ไม่ควรยกของหนัก หรือออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอก ประมาณ 2 อาทิตย์ ไม่ให้ยกแขนสูงเหนือระดับไหล่

9.       อาทิตย์ที่ 2 ผู้ป่วยเริ่มทำการนวดเต้านมวันละ 10-15 นาที อย่างน้อย 2 ครั้ง/วัน ควรทำเป็นประจำอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อไม่ให้เกิดพังพืดหดรัดซิลิโคนทำให้เต้านมแข็งเป็นก้อน

10.   การมาตามนัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลที่คลินิกถือเป็นหน้าที่ของผู้ป่วย หากผู้ป่วยผิดนัดแล้วเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างนี้ ผู้ป่วยไม่สามารถเรียกร้องให้คลินิกรับผิดชอบได้

 

 

 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดเสริมหน้าอก

 

1. ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาชา ยาสลบ เช่นแพ้ยาชา ยาสลบ มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดปกติ ในผู้ป่วยบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต


2. ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดเสริมหน้าอกและวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอก เช่นห้อเลือด มีเลือดคลั่ง ผิวหนังเต้านมตาย ติดเชื้อที่เต้านม ติดเชื้อที่ผิวหนัง พังพืดหดรัดตัว เจ็บชาหัวนม มีแผลเป็นนูน มีแผลเป็นขนาดใหญ่ ซิลิโคนทะลุ ซิลิโคนเหลวรั่ว หัวนมและนมบิดผิดรูป ซิลิโคนอยู่ผิดที่ ซึ่งพบได้น้อยมักพบเพียง 1% ที่อาจจะต้องมีการผ่าตัดแก้ไข


3. อาจเกิดหลอดเลือดดำที่ผิวหนังอุดตันเต้านมอักเสบ ทำให้มีอาการเจ็บ บวม มีก้อนที่เต้านม ซึ่งพบได้ไม่บ่อย


4. ผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคน การคงรูปของเต้านมที่เสริม ขึ้นอยู่กับอายุ รูปร่าง ชนิดของซิลิโคน และจำนวนปีที่ทำผ่านไป ซึ่งซิลิโคนส่วนมากจะมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อและชนิด

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 


คลิกดูรีวิวภาพศัลยกรรมเสริมหน้าอก