สถิติผู้ชมเว็บไซต์







 

 

 

 

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก


การผ่าตัดเสริมหน้าอก วัตถุประสงค์ของการผ่าตัดเสริมหน้าอก คงเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายๆ คน ใฝ่ฝันอยากที่จะมีหน้าอกที่งดงาม ดั่งใจปราถนา อัพไซส์ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเสริมสร้างบุคคลิกภาพให้แลดูมีเสน่ห์ โดดเด่นขึ้นมาอย่างทันตาเห็น ปัจจุบันเทคโนโลยีการศัลยกรรมเสริมหน้าอกเจริญกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งเรื่องของบุคคลากรทางการแพทย์ วัสดุที่ใช้ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาก จากแต่ก่อนมีแค่ถุงน้ำเกลือ ก็จะประสบกับปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ในปัจจุบันได้มีการเสริมหน้าออกด้วยซิลิโคนเจลมาทดแทน ด้วยความยืดหยุ่นของตัวซิลิโคน เป็นการเสริมหน้าอกที่ดูเหมือนธรรมชาติมากที่สุด และได้รับการรับรองจาก UFDA แล้วว่าไม่เป็นอันตรายปลอดภัย 


การเสริมหน้าอก คืออะไร


การเสริมหน้าอก คือ การผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหรือลดขนาดของหน้าอก ให้มีหน้าอกใหญ่ขึ้นหรือหน้าอกเล็กลง ตามความปราถนาของคนไข้ ซึ่งการศัลยกรรมเสริมหน้าอกยังช่วยในการปรับแต่งรูปร่างของหน้าอกให้ดีขึ้น และทำให้สาวๆ อย่างเรามั่นใจ ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น การเสริมหน้าอกต้นเหตุอาจเกิดมาจากสาเหตุหน้าอกเล็กมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดอุบัติเหตุบริเวณหน้าอก หรือบางรายหลังคลอดบุตรแล้วรูปร่างในส่วนของหน้าอกนั้น เกิดการหย่อนคล้อย หน้าอกเล็กลง หน้าอกไม่เต่งตึง หรือหน้าอกทั้งสองข้างไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดความไม่มั่นใจ กังวล เครียด ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องเล็ก และสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเสริมหน้าอก และการศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือทางเลือกที่ดีที่สุด

ในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีการศัลยกรรมเสริมหน้าอก มาใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมที่รักษาหายขาดแล้ว ซึ่งถือเป็นการดูแลรักษาสภาวะจิตใจของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่อาจจะต้องสูญเสียเต้านมหรือทำการผ่าตัดเต้านมออก เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีหน้าอกทั้งสองข้างเท่ากันเหมือนปกติ มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของหน้าอกได้จริงและปลอดภัยที่สุด

 

เนินอกอวบอิ่มด้วยซิลิโคนทรงกลม-อกสวยเป็นธรรมชาติด้วยทรงหยดน้ำ


 

ผู้หญิงที่มีขนาด หน้าอกใหญ่ อวบอิ่มมักจะรู้สึกมั่นใจ แต่งตัวก็ออกมาดูสวย มีส่วนโค้งส่วนเว้าน่ามอง ส่วนสาวอกเล็กมักรู้สึกว่าเป็นปมด้อย โดนทักว่าอกไข่ดาวบ้างล่ะ บางทีถูกแซวว่าอกแบนเป็นไม้กระดานก็มีบ่อย ทำให้รู้สึกเสียเซลฟ์อยู่ไม่น้อย วิธีแก้ปัญหาแบบไม่ต้องเสียเวลาดันทรงทุกครั้งยามแต่งตัวคือผ่าตัด เสริมหน้าอก ใส่ซิลิโคนเพิ่มความอึ๋มไปเลย การ ทำนม สมัยนี้เป็นเรื่องแสนธรรมดากระทั่งว่าในบรรดาการศัลยกรรมความงามทั้งหมดการ ทำหน้าอก กลายเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ปัจจุบัน การ เสริมหน้าอก มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านเทคนิคและถุงซิลิโคนที่ใช้เสริม ซิลิโคนมีให้เลือกทั้งแบบทรงกลมหากต้องการเสริมแล้วได้เนินอกสวยอวบอิ่ม หรือถ้าชอบแบบสวยเป็นธรรมชาติก็ต้องเป็นทรงหยดน้ำที่รูปร่างซิลิโคนทำเลียนแบบเต้านมธรรมชาติจริงๆ แต่เดิมถุงซิลิโคนจะผลิตขึ้นรูปมาเป็นทรงกลมอย่างเดียว แต่ปัจจุบันมีการพัฒนารูปทรงถุงซิลิโคนเป็นทรงหยดน้ำ แถมกระแสก็มาแรงในหมู่คนที่ต้องการเสริมหน้าอกด้วย



 

ซิลิโคนทรงกลม แม้ว่ากระแสซิลิโคนทรงหยดน้ำจะมาแรง แต่ซิลิโคนทรงกลมยังคงเป็นตัวเลือกที่เป็นมาตรฐานและดีที่สุด สำหรับคนที่ต้องการเสริมหน้าอกโดยทั่วไป, คนที่ต้องการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ หรือคนที่ต้องการเสริมให้เนื้อหน้าอกบริเวณด้านบนดูอวบอิ่มขึ้นเพื่อโชว์เนินอก ซิลิโคนทรงกลมมีขนาดที่หลากหลาย มีทั้งทรงพุ่งมากและพุ่งน้อย ในการเสริมก็ต้องเลือกให้เหมาะกับลักษณะของเต้านม, รูปร่างลำตัวของแต่ละคน เช่น ถ้าฐานเต้านมเล็กก็ควรเลือกซิลิโคนที่ขนาดไม่กว้างมาก หรือถ้าเต้านมพุ่งอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสริมด้วยทรงที่พุ่งมาก เป็นต้น นอกจากนั้นซิลิโคนทรงกลมจะมีความนุ่ม และขอบที่โค้งมนเข้ารูป เมื่อเสริมแล้วความรู้สึกสัมผัสบริเวณเต้านมจะนิ่มเป็นธรรมชาติ

 

ซิลิโคนทรงหยดน้ำ เป็นทรงที่ถูกออกแบบมาให้เลียนแบบเต้านมตามธรรมชาติที่ลักษณะคล้ายหยดน้ำ คือบริเวณส่วนล่างจะใหญ่กว่าส่วนบน หน้าอกหลังเสริมจึงดูเป็นธรรมชาติ และด้วยทรงของซิลิโคนที่ไม่สมมาตร หลังทำนมจึงไม่จำเป็นต้องนวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบี้ยว นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ซิลิโคนทรงหยดน้ำเป็นกระแสขึ้นมา อย่างไรก็ตาม การเสริมด้วยซิลิโคนทรงหยดน้ำ เวลาจับหรือสัมผัสเต้านมจะรู้สึกถึงซิลิโคนได้ โดยเฉพาะในคนที่มีผิวบาง เนื้อหน้าอกน้อย เพราะซิลิโคนเจลภายในของทรงหยดน้ำจะค่อนข้างแข็ง ไม่ค่อยยืดหยุ่น ซิลิโคนทรงหยดน้ำเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการทำหน้าอกที่ใหญ่มากหรือเสริมแล้วไปเพิ่มความนูนของเนินด้านบนหน้าอก, คนที่ต้องการให้ทรงดูเป็นธรรมชาติ หรือคนที่หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อยหรือปานกลาง จะช่วยให้เต้านมเชิดขึ้นได้

 

นอกจากเรื่องของทรงถุงซิลิโคนที่พูดไปข้างต้น ยังมีข้อน่ารู้อื่นๆ เกี่ยวกับถุงซิลิโคน ทุกวันนี้ถุงซิลิโคนที่แพทย์ใช้ เสริมหน้าอก มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ ถุงซิลิโคนเจล และ ถุงซิลิโคนน้ำเกลือ สองแบบนี้แตกต่างกันตรงที่ถ้าเป็นถุงซิลิโคนน้ำเกลือ เปลือกนอกของถุงจะเป็นซิลิโคนและภายในกลวง โดยมีช่องทางหรือวาล์วให้เติมน้ำเกลือให้ได้ขนาดตามต้องการ ส่วนถุงซิลิโคนเจลภายในจะบรรจุด้วยซิลิโคนที่เป็นชนิดเจลโดยผลิตสำเร็จรูปมาจากโรงงานมีขนาดต่างๆ กันไป

 

ถึงจะมีสองแบบให้เลือก แต่ทุกวันนี้ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่รวมถึงที่ เซเลบคลินิก นิยม เสริมหน้าอก ด้วยถุงซิลิโคนเจล เนื่องจากถุงน้ำเกลือมีโอกาสเกิดการรั่วซึมหรือแฟบได้เมื่อใช้ไปนานๆ แม้ว่าน้ำเกลือที่รั่วซึมออกมานั้นไม่มีอันตรายแต่อย่างใดร่างกายสามารถขับออกได้ แต่ก็ต้องมาผ่าตัดเปลี่ยนถุงกันใหม่ ขณะที่ปัญหาการแตกรั่วของถุงซิลิโคนเจลแทบไม่มี ยิ่งสมัยนี้ถุงเจลมีการพัฒนาไปมาก เนื้อเจลภายในถุงมีการเกาะตัวกันสูงทำให้โอกาสจะแตกรั่วหรือซึมผ่านออกมานอกถุงเป็นไปได้ยากมาก นอกจากนั้นในเรื่องของความยืดหยุ่นหรือความนุ่มของถุงซิลิโคนเจลพบว่ามีความยืดหยุ่นใกล้เคียงกับเต้านมธรรมชาติมากกว่า

 

ส่วนผิวของถุงซิลิโคนที่ใช้ ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ จะมีลักษณะผิว 2 แบบ คือ ผิวเรียบ และ ผิวทราย สำหรับชนิดผิวเรียบนั้นมีการใช้งานกันมานานมากแล้ว แต่พบว่ามีปัญหาเกิดเป็นพังผืดรัดถุงซิลิโคนทำให้เต้านมผิดรูปและแข็ง จึงได้มีการพัฒนาซิลิโคนผิวทรายขึ้นมา เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว ถึงวันนี้ศัลยแพทย์ส่วนมากจะหันมาเลือกใช้ซิลิโคนผิวทรายเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ซิลิโคนผิวเรียบก็มีที่ใช้กันอยู่ อย่างในกรณีมีเนื้อหน้าอกบางมากๆ การใช้ซิลิโคนผิวทรายอาจจะมองเห็นเป็นคลื่น (Rippling) ได้ หรือในคนที่ต้องการใส่ขนาดที่ใหญ่มากๆ การจะสอดซิลิโคนผ่านแผลผ่าตัด หากเป็นผิวเรียบจะทำได้สะดวกกว่าเพราะบีบให้เล็กลงได้ง่ายและมีความลื่นมากกว่า หรือบางคนที่ต้องการผิวสัมผัสที่นุ่มมือมากกว่าแพทย์ก็จะแนะนำชนิดผิวเรียบ



 

แพทย์ผ่าตัดใส่ซิลิโคนเข้าไปทางใด?

 

โดยทั่วไป ศัลยแพทย์จะผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปในเต้านมผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังนี้

 

  • ใต้รักแร้สองข้าง เป็นตำแหน่งที่นิยมผ่าตัดมากที่สุดเพราะสามารถซ่อนรอยแผลผ่าตัดได้ดี แม้หลังทำจะเจ็บมากกว่าการเปิดแผลที่ตำแหน่งอื่น แต่แผลจะหายช้ากว่า และจะเจ็บมากกว่า
  • บริเวณปานนม เหมาะทำในคนที่หน้าอกหย่อนคล้อยโดยจะเสริมหน้าอกไปพร้อมกับยกกระชับหน้าอก หลังเสริมจะมีแผลเป็นที่ปานนม และอาจมีปัญหาหัวนมชาชั่วคราวได้
  • ใต้ราวนม จะมีแผลผ่าตัดใต้ราวนมยาวประมาณ 3-4 ซม. เป็นตำแหน่งที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากบาดแผลจะหายได้เร็ว และง่ายต่อการวางตำแหน่งของวัสดุให้สวยงามสมส่วน 

 

การ เสริมหน้าอก ด้วยซิลิโคนทรงกลม สามารถเปิดแผลผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนเข้าช่องทางใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นใต้รักแร้สองข้าง, บริเวณปานนม หรือใต้ราวนม โดยที่ซิลิโคนไม่เสียรูปทรง แต่ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะนิยมผ่าเข้าบริเวณใต้ราวนมเพื่อซ่อนรอยแผลเป็น  โดยจะเปิดช่องสำหรับวางซิลิโคนให้พอดีไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เพื่อไม่ให้ซิลิโคนหมุนตัวได้ จนอาจเกิดปัญหาถุงซิลิโคนผิดรูปหรือเต้านมบิดเบี้ยว บางคนอาจสงสัยว่าทรงหยดน้ำจะผ่าตัดใส่เข้าทางรักแร้ได้หรือไม่ ก็ต้องบอกเลยว่าหากผ่าเข้าทางรักแร้มีโอกาสที่ซิลิโคนจะหมุนบิดเสียทรงได้ ในคนที่เนื้อนมหนาก็อาจไม่เห็นแต่ถ้าเนื้อนมบางจะเห็นชัดเจน แล้วรูปทรงที่เปลี่ยนจะแก้ไขยาก ดังนั้นแพทย์จะไม่แนะนำให้ผ่าเข้าทางรักแร้

 

แพทย์วางซิลิโคนไว้ตำแหน่งไหนของเต้านม?

 

ตำแหน่งที่แพทย์จะวางซิลิโคนจะมีอยู่ 2 ตำแหน่ง คือ วางใต้กล้ามเนื้อ หรือ วางใต้ตัวเนื้อนม ซึ่งแพทย์จะเลือกตำแหน่งไหนนั้นจะดูลักษณะโครงสร้างเต้านมเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นกับความพอใจของผู้ที่มาเสริมอกอย่างเดียว

 

กรณีวางใต้กล้ามเนื้อ การวางที่ตำแหน่งนี้จะต้องมีการตัดกล้ามเนื้อบางส่วนออกไป ตอนทำจึงเจ็บมากและต้องพักฟื้นนาน แต่หลังเสริมจะได้เนินอกสวยลาดเอียงเป็นธรรมชาติ ลดปัญหาการคลำเจอหรือมองเห็นขอบถุงซิลิโคน ลดโอกาสที่ถุงซิลิโคนจะหย่อนคล้อย และโอกาสที่จะเกิดพังผืดเกาะรอบซิลิโคนมีน้อย

 

กรณีวางใต้ตัวเนื้อนม หลังเสริมเต้านมจะชิดกันดูสวยงาม แถมยังไม่ค่อยเจ็บเพราะไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ แต่ตำแหน่งนี้มีโอกาสเกิดพังผืดสูง และไม่เหมาะกับคนที่รูปร่างผอม เนื้อเต้านมน้อย เพราะจะเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน

เสริมหน้าอก ไม่ว่าจะวางซิลิโคนไว้ตรงตำแหน่งไหนไม่มีผลต่อการให้นมบุตร เนื่องจากถุงซิลิโคนวางอยู่ด้านใต้เนื้อนมส่วนที่ใช้สร้างน้ำนม จึงไม่มีผลกระทบต่อการสร้างน้ำนมแต่อย่างใด หากตั้งครรภ์ก็สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ

 

ถุงซิลิโคนเจลเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือไม่?

 

การ เสริมหน้าอก ด้วยถุงซิลิโคนเจลไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งของเต้านมแต่อย่างใด และพบว่าไม่ได้เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยหลายโรคที่ในอดีตเคยคิดว่าเกี่ยวข้องกับถุงซิลิโคน ยิ่งในปัจจุบันหากใช้ถุงซิลิโคนเจลที่มีคุณภาพสูงหรือถุงซิลิโคนเกรดเอ แม้ว่าถุงซิลิโคนจะแตกรั่วขึ้นมาก็ไม่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ ส่วนกรณีถุงซิลิโคนหมดอายุ ถ้าไม่เอาออกแม้จะไม่มีโอกาสเกิดมะเร็ง แต่ในระยะยาวหน้าอกจะแข็งเป็นก้อน และเกิดพังผืดรัดแน่นบริเวณซิลิโคนได้ จึงควรพบแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนถุงซิลิโคนใหม่

 

ก่อนจากกันฝากไว้อีกเรื่อง จะ ทำนม เสริมอึ๋มเพิ่มขนาดให้ หน้าอกใหญ่ ขึ้นทั้งที ก็ควรทำให้สวยครบกันไปเลย ถ้าหัวนมหรือปานนมไม่สวยงาม ทำให้ความมั่นใจมาไม่เต็มร้อย แนะนำให้ผ่าตัด ตกแต่งหัวนม หรือ ตกแต่งปานนม ไปพร้อมกับการเสริมเต้านมเลยก็ดี ต่อไปเวลาส่องกระจกจะได้เห็นเต้านมสวยๆ โดยไม่มีอะไรให้สะดุดค่ะ


 

 


 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

 

  1. งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนมาผ่าตัด
  2. ควรพาเพื่อนมาด้วยในวันผ่าตัด และดูแลหลังผ่าตัดด้วย1-2วัน
  3. ไม่แนะนำให้ขับรถมาเองในวันผ่าตัด แนะนำใช้บริการรถสาธารณะจะดีที่สุด
  4. ก่อนผ่าตัดควรงดยาที่ทานประจำ งดยาแก้ปวดที่ไม่ใช่ พาราเซตามอล ยาสมุนไพร วิตามิน หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดบางชนิดใดว่าต้องหยุดก่อนการผ่าตัด อย่างน้อย7วัน
  5. ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด หลีกเลี่ยงการผ่าตัดช่วงที่มีประจำเดือน
  6. ไม่นำเครื่องประดับและของมีค่าทุกชนิดมาวันผ่าตัด
  7. ในวันผ่าตัดควรใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ใส่สบาย เลือกเสื้อที่ติดกระดุมหน้า หรือรูดซิป ด้านหน้ากางเกงควรเลือกกางเกงที่สวมสบายไม่ฟิตมาก รองเท้าสวมรองเท้าที่สวมสบายไม่หุ้มข้อ
  8. ถ้าสูบบุหรี่ควรหยุดสูบ 4  อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด
  9.  ในวันผ่าตัดตอนเช้าควรอาบน้ำ สระผม ก่อนไปผ่าตัด ถ้าเลือกแผลผ่าตัดที่รักแร้
  10. ไม่ทาสีเล็บไปผ่าตัด

 

การดูแลหลังการผ่าตัด

 

 1.   รับประทานอาหารอ่อนๆอย่างน้อย 2 วัน

 2.   ถ้ามีอาการปวดมากๆ+มีไข้ ติดต่อที่ Tel.087-9776277 หรือพบแพทย์ได้ที่คลินิก

 3.   การปวดตึงของกล้ามเนื้อ จะเริ่มปวดตั้งแต่เย็น วันทำการผ่าตัด และจะค่อยๆลดลงจนดีขึ้นในหลังจากการผ่าตัด3วันขึ้นไป

 4.   คนไข้สามารถเช็ดตัวได้ตามปกติ อย่าให้แผลผ่าตัดเปียก ถ้าผ้าพันหลุด ให้พันกลับเหมือนเดิม 7 วัน

 5.   สามารถอาบน้ำถูสบู่ได้ตามปกติหลังการตัดไหม1วัน

 6.   ควรใส่ บราทั้งกลางวันและกลางคืนในช่วงเดือนแรก หลังตัดไหม

 7.   วันที่ 7 จะนัดมาทำการตัดไหมและตรวจเต้านม เริ่มทำการนวดเบาๆ

 8.   ไม่ควรยกของหนัก หรือออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหน้าอก ประมาณ 2 อาทิตย์ ไม่ให้ยกแขนสูงเหนือระดับไหล่

 9.    อาทิตย์ที่ 2 เริ่มทำการนวดเต้านมวันละ 10-15 นาที อย่างน้อย 2 หน ต่อวัน ควรทำบ่อยๆ

 10.  ควรนวดคลึงเต้านมบ่อยๆอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อป้องกันปัญหาโพรงที่ใส่ถุงนมมีการหดรัดรอบถุง ทำให้เต้านมแข็งหดเป็นก้อน

 



 


คลิกดูรีวิวภาพศัลยกรรมเสริมหน้าอก